sibu さんのプロフィールIt's not just you or me....フォトブログリスト ツール ヘルプ
7月28日

แพ้ฝุ่น งอมแงม

 
หลังจากเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา
ไปเก็บของเตรียมย้ายของกัน
ก็เปื่อยตามมาติดๆ กับภูมิแพ้เจ้าประจำ
ยังคิดอยู่ว่าเทอมนี้ดี
สุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยป่วยเท่าไหร่
นี่จามทั้งวัน น้ำมูกไหลมา 3 วันแล้ว
แย่จัง...
7月1日

ปักษ์ใต้บ้านเรา

Logo ปักษ์ใต้บ้านเรา
 
เป็นคนชอบดูสารคดี แต่ไม่เคยดูหนังสารคดี
เป็นคนชอบดูหนัง แต่ไม่เคยไปดูหนังที่ลิโดหรือสกาล่า

จนจับพลัดจับพลูอีท่าไหนก็ไม่รู้
ได้ไปดูหนังสารคดีที่สถาล่า
กับ 'ปักษ์ใต้บ้านเรา' หนังสารคดี
ของสองผู้กำกับเด็กโต๋

ไม่ได้คาดหวัง แล้วก็ไม่ได้ดูถูก
ที่ต้องบอกว่าไม่ได้ดูถูก เพราะจำความรู้สึกตัวเองตอนดูเด็กโต๋
ซึ่งเป็นหนังสารคดีเรื่องแรกได้ ว่า
เบื่อมาก
แอบคิดในในว่าเนี่ยนะ หนังที่ใครๆบอกว่าดี ซึ้ง น้ำตาไหล
ทำไมกูดูแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย
แต่ก็มาคิดอีกที ต่างคน ต่างความคิด ต่างความชอบ
ส่วนเรื่องก็ไม่ได้คาดหวังหรืออะไร
คิดเสมอหนังเรื่องที่แล้ว กับเรื่องนี้มันคนละเรื่อง
คนละประเด็น และคนละมุมมองกัน

แล้วก็ต้องบอกว่า
ชอบ
นะ ที่แน่ๆ ชอบกว่าเด็กโต๋

หนังเล่าถึงชีวิตของครอบครัว 4 ครอบครัวหลักๆในภาคใต้
ชาวประมง คนธรรมดาเดินดิน
พยาบาล ข้าราชการกินเงินเดือน
เจ้าของร้านอาหารเล็กๆ
และองค์กรใหญ่อย่างหาดทิพย์(ที่ฉันก็เพิ่งรู้เนี่ยแหละ
ว่าโค้กเค้ามี 2 บริษัทผลิตในไทย คือไทยน้ำทิพย์ กับหาดทิพย์)

แต่ละครอบครัว แต่ละชีวิต มีความคิด วิถึชีวิตที่แตกต่างกัน
แต่ที่ไม่แตกต่างกัน คือความคิดดี
หรือคติดีๆที่แต่ละครอบครัวต่างก็มีและพร้อมที่จะสอน
หรือถ่ายทอดกันในครอบครัวตัวเอง
ที่สำคัญที่สุดคือคำว่า'น้ำใจ'
คนเรามันแตกต่างกันได้ จนได้ รวยได้
มีทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม แต่เราก็อยู่กันได้ด้วยคำๆนี้

ชอบบังหมาด ตัวละครคนหนึ่งในเรื่อง(เหมือนที่หลายๆคนชอบ)
บังบอกว่า
'คนเราจนไม่เป็นไร แต่อย่าจนน้ำใจ อย่าจนความคิด
ถ้าจนแล้วยังจนน้ำใจ จนความคิด มันก็จนไปหมด'

เออ มันโดนอะ
คิดว่าทุกวันนี้ เราอยู่กันโดยแล้งน้ำใจมากๆเลยนะ
อย่าว่าแต่คนจนเลย คนที่รวยล้นฟ้า เค้ายังไม่มีน้ำใจให้ใครเลย
แต่คนอย่างบัง ที่ทำมาหากินแค่พออยู่ไปวันๆ
กลับไม่เคยจนน้ำใจ มันคิดได้เลยอะ
ว่านับวันเรายิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้นทุกวัน
ต่อไปนี้ อะไรที่ทำได้ มันอาจจะเล็กน้อยในสายตาใคร
แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำอะไร

ก็คงไม่ฝาก หรือแนะนำให้ไปดูกัน
แต่ถ้าอยากเปลี่ยนจากหนังฮอลลีวู้ดเลือดสาด
Super Hero เดินกันให้เกลื่อนจอ
คิดว่าหนังเรื่องนี้ เป็นอีกทางเลือกดีๆ





อย่าดูโดยใช้สมอง หรือความคิด
ลองใช้หัวใจสัมผัส แล้วค่อยๆคิดตามคำพูดของแต่ละคน
คุณอาจรู้สึกว่าหัวใจอบอุ่นด้วยน้ำใจกว่าที่เคย












ปล.ไม่ได้ค่าโฆษณาหรอกน๊า แค่อยากจะเขียน
คนเรามันก็ชอบแตกต่างกัน ใครดูแล้ว
ชอบ ไม่ชอบยังไง ก็มาแชร์กันได้น๊า
5月13日

บางที

 
บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจคนรอบข้าง
ทำไมเราคิดไม่เหมือนเค้า
ทำไมมันคิดไม่เหมือนเรา(วะ)
 
บางทีก็รู้สึกอิจฉาบางคน ทั้งๆที่...
ไม่เข้าใจอะ ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ
 
ตอนนี้ หัวใจบางคนกำลังอ่อนแอ
ฉันเองก็พยายามที่จะเข้มแข็งให้มากๆ
แต่บางทีก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าต้องทำยังไง
 
สับสนจริงๆบล๊อกนี้ T_T
5月9日

เวลา...ผ่านไปเร็วจัง

 
ตอนไหน ที่เราควรรู้สึกได้แล้ว ว่าเวลามันผ่านไปเร็วนะ
ตอนที่เราจบม. 6 แล้วเข้ามหาลัยเหรอ
หรือตอนที่เราเรียนจบ แล้วต้องคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตตัวเองดี
หรือตอนที่เราทำงานไปซักพัก มารู้ตัวอีกที ก็ถึงเวลาเกษียณแล้ว
 
ไม่มีใครบอกใครได้หรอก ว่าช่วงชีวิตช่วงไหน
ที่เวลามันจะเดินไปเร็วกว่าปกติ
 
ตอนนี้กำลังจะขึ้นปี 4 แล้ว อยากบอกจัง...
ว่าเป็นปีสุดท้าย แต่ก็พูดไม่ได้ใช่มั้ย
บางทีก็คิดเสมอว่าทำไมเวลามันผ่านไปเร็วจัง
แล้วเราก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรมันได้เลยจริงๆ
 
อะไรที่มันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไป สู้กันอีกซักตั้ง
แล้วปี 5 กูจะได้เรียนสบายๆจริงมั้ย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เวลาไม่เคยเดินเร็วกว่าปกติ เราเองหละมั้งที่จังหวะชีวิตไม่ปกติ
4月22日

ชอบมั้ย

ชอบ...เวลานั่งรถคนเดียว แล้วคิดเรื่องอะไรดีๆที่น่าจะเอามาเขียนได้
ชอบ...เวลาเดินข้ามสะพานลอยกลับบ้าน แล้วคิดเรื่องอะไรดีๆได้อีกเรื่อง
ชอบ...คิดนู่นคิดนี่ แล้วคิดว่ามันน่าจะเอามาเขียนได้
 
ไม่ชอบ...เวลาที่คิดเรื่องพวกนี้ได้ แล้วไม่มีที่เขียน
ไม่ชอบ...เวลาที่เขียนเรื่องพวกนี้จริงๆ แล้วคำมันไม่ดีเหมือนตอนที่เราคิด
 
 
 
 
ไม่มีอะไรมากมาย วันนี้ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน เดินข้ามสะพานลอย และขี่มอ'ไซค์
คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยมากมาย แล้วก็คิดต่อไปว่าอยากเอามาเขียนใน space จัง
ปัญหา...
มีสมุด ปากกาพร้อม
"แต่จะให้ตรูไปเขียนตรงไหนคะ"
 
นั่งรถ...ไม่ดีมั้ง ทั้งสั่น ทั้งเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ฉันจะอ้วกเอา
ข้ามสะพานลอย...จะให้เอาสมุดออกมา แล้วพาดกับราวบันไดก็ใช่ที่
ขี่มอ'ไซค์...เลิกคิดไปได้เลย
 
สรุป...ก็เลยไม่ได้จด ไม่ได้มาอัพ(อันนี้เนื่องจากขี้เกียจ)
 
- จบจ้า -
 
 
3月15日

วันนี้ที่สนามหลวง

ไปเดินเล่น โต๋เต๋แถวสนามหลวงมา
แล้วก็พบว่ามันสวยดีจัง
 
DSC09597
 
บรรยากาศวันเสาร์ตอนเย็นๆ
พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า
อีกด้านที่ธรรมศาสตร์ ฟ้ากำลังเปลี่ยนเป็นสีส้ม
หันมามามองที่สนามหลวง
ว่าวหลากสีกำลังปลิวว่อน
ลอยขึ้นลง ตามกระแสลม และคนชัก
ทั้งเด็ก ทั้งผู้หญิง ทั้งผู้ชาย
มองเลยร้านขายว่าวไปหน่อย
พระบรมมหาราชวังตั้งเด่นเป็นสง่า
หัวใจกระตุก เมื่อนึกถึงความจริง
 
แต่ทุกสิ่งก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
ดำเนินชีวิตให้เป็นสุข แล้วตายตาให้หลับ
 
2月24日

ถ้าจะมีใครเสียใจ

ถ้าจะมีใครเสียใจกับทุกเรื่องที่มันเป็นไป
ก็คง...เป็นฉันเอง
 
อนาคต ความฝัน ความหวัง
ไม่ได้พังทลาย แต่ก็คงไม่เหมือนเดิม
 
หลายๆอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
ถ้าจะมีใครเสียใจที่สุด
ก็คง...เป็นฉันเอง
 
อย่าทิ้งกันนะ
กำลังใจ ความรัก ความห่วงใยจากทุกคน
อย่างทิ้งกันนะ...
10月19日

ชีวิตที่มันไม่เข้าที่เข้าทาง

ชีวิต...ไม่เข้าที่เข้าทางมาพักใหญ่ๆแล้ว
ความจริงก็ตั้งแต่จบจากโรงเรียน เข้ามหาลัยนั่นแหละ
 
อะไรๆมันก็เปลี่ยน อะไรๆที่คุ้นเคยมันก็หายไป
ทั้งเพื่อน สิ่งที่เรียน และอีกหลายอย่างๆ
 
บอกตัวเองเสมอ คนที่จมอยู่กับอดีต ไม่ก้าวไปข้างหน้า
คือคนที่ไม่มีวันเติบโต
 
รู้ว่ายึดติด รู้ว่าเรียกร้องให้อะไรๆมันเป็นเหมือนเก่า
อยากได้เพื่อนกลุ่มๆเก่า อยากได้บรรยากาศแบบเก่าๆ
อยากได้อาจารย์คนเก่าๆ อยากได้ทุกอย่างๆ
แต่มันก็ไม่มีวันเป็นจริง
 
ทุกวันนี้รู้และเข้าใจ ต่างคนต่างเส้นทาง
ต่างหน้าที่ต่างการเรียน จะหาเวลาเจอกันแต่ละที
มันคงแสนยากเย็น
 
แต่อยากให้รู้ อยากให้รู้เหลือเกิน
รัก และคิดถึงมาก
ฝันอยู่เสมอว่าเราจะเป็นเพื่อนสนิทกันตลอดไป
 
ฝันนะ เข้าใจ ต้องโตซะทีใช่มั้ย เข้มแข็งแล้วเดินต่อไปได้แล้ว
 
ใช่ว่าฉันจะลืม หรือทิ้งเรื่องราวทุกอย่างไว้เบื้องหลัง
แต่ถ้าฉันยังไม่หยุดร้องไห้ คร่ำครวญเรียกอดีตกลับคืนมา
ฉันคงไม่มีวันออกไปพ้นโลกใบนี้ และความทุกข์นี้ได้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล.ไปอ่านสเปซไผ มึงไม่ได้ด่ากูหรอกกูรู้
แต่มันทำให้กูคิดได้ถึงประโยคที่กูชอบบอกทุกคนเสมอ
"คนเรามีปัญหากันทั้งนั้น จะมากจะน้อย แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้
ไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเราที่จะแก้ปัญหานั่นเอง
อย่าอ่อนแอ และวิ่งหนีมัน
แต่จงกล้าหาญ และเผชิญหน้ากับมัน"
กูรู้กูกำลังหนีทุกปัญหา กูรู้กูกำลังจมอยู่กับความทุกข์
แต่กูก็รู้ว่าในความมืดมนนั้น มีคนอย่างน้อยๆสองคน
ที่รัก และเป็นห่วงกูเสมอ
 
บางทีเรื่องของเราเอง เราคงจัดการได้ไม่ดีเท่าคนอื่น
แต่จะไม่หนีอีกต่อไปแล้ว
ร้องไห้ ให้มันร้องไป
กินเหล้า ให้มันกินไป
ร้องแล้วหยุด ล้มแล้วลุก พรุ่งนี้จะต้องดีกว่า
 
 
10月14日

แล้วอะไรๆมันก็ไม่เหมือนเดิม

บางอย่างที่หายไป ไม่ว่าจะเรียกคืนซักแค่ไหน
มันก็คงไม่เหมือนเดิม
 
ความรู้สึกที่สูญเสีย ความผูกพันที่ห่างหาย
ไม่ว่าจะพยายามยังไง
มันก็คงไม่เหมือนเดิม
 
เคยรัก เคยผูกพัน เคยเป็นทุกทุกอย่าง
แต่มันก็ถูกทำลาย
 
อาจจะบอกว่าเรื่องเล็กน้อย
อาจจะบอกว่าคิดมากไป
ใครๆก็ผิดพลาดกันได้ หรือแม้แต่ตัวเราเอง
 
แต่เคยแคร์ความรู้สึกกันมั้ย เคยปกป้องดูแลกันบ้างรึเปล่า
 
เนี่ยเหรอพี่ชาย เนี่ยเหรอมิตรภาพ เนี่ยเหรอชมไทย
โกหก หลอกลวงทั้งเพ
 
เค้าว่ากันว่าอย่าตั้งความหวังกับอะไร อย่าฝากหัวใจไว้ที่สิ่งไหน
รักมาก หวังมาก ก็เจ็บมาก
 
เคยรัก เคยผูกพัน เคยเสียใจ
เคยคิดจะย้อนคืน จะเริ่มต้นใหม่
แต่อะไรอะไรคงไม่มีวันเหมือนเดิม
 
อย่าเลยอย่าบอกว่าไม่พยายาม ไม่เอาตัวเองเข้าไป
พยายามแล้ว แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความนิ่งเฉย และเฉยชา
การที่เราเลิกกับคนคนหนึ่ง ผลที่ได้รับคือกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับคนอื่นด้วยใช่ไหม
เคยคิดถึงใจคนคนนี้บ้างมั้ย
 
บ้านหิ่งห้อย ดีแล้วที่ไม่ได้ไป
ดีแล้วที่ไม่ต้องไปทำกิจกรรมอะไรอย่างนั้น
ดีแล้วที่ได้ตอกย้ำว่าเราไม่ต้องรู้จักกันต่อไป
สูญเสีย เสียใจ น้อยใจรู้สึกวันนี้ แล้วพอกันที
 
อะไรอะไร มันคงไม่เหมือนเดิม ไม่โทษใคร
จะผิดคงเป็นที่เราเอง
10月13日

อุ๊ย!!!

อุ๊ย สเปซหน้าแรกหน้าตาเปลี่ยนไป
หน้าตาเวลาเขียนบล๊อกก็เปลี่ยนไปด้วย
ตื่นเต้น ตื่นเต้น!!!
 
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพสเปซเลย
สาเหตุหลักก็มีอยู่แค่ 3 ข้อคือ
1. ยุ่งมาก ใกล้จะสอบไฟนอลแล้ว ทั้งควิซ ทั้งงาน ระดมสั่งกันเข้าไป
เกิดอาการนอนดึกตื่นเช้า หรือไม่ได้นอนเกือบทุกวี่วัน
แล้วจะมาหาว่าเราดองงานก็ไม่ได้นะ อย่างESSAY สั่งมันเข้าไป
ช่วงหยุดกีฬามหาลัยโลกยาวๆ ไม่สั่งESSAY ให้เขียนเป็นPARAGRAPH
แต่พอเปิดมา เวลาไม่ค่อยจะมี ควิซมันทุกวิชา ทุกอาทิตย์
สั่งเข้าไปซิ อาทิตย์ละ ESSAY กูจะบ้า
 
2.ได้ใหม่ลืมเก่า ความจริงอันนี้เป็นสาเหตุสำคัญกว่าข้อหนึ่งอีก
เนื่องจากทั้งคุณแฟน คุณเพื่อน และคุณพี่ๆ ต่างก็ให้ความสำคัญ
กับเจ้ามัลติฟาย และไฮไฟกันเหลือเกิน
เมื่อโดนข้าพเจ้างอแงไปว่าไม่เข้ามาเมนท์กันเลย
ก็จะโดนสายตาและแววตาเชือดเชือนกลับมาว่า
ใครเค้าเล่นสเปซกัน เค้าอยู่มัลติฟาย ไฮไฟกันหมดแล้ว
อยากให้เมนท์ ก็ตามไปทำดิ
ดูเอาเถอะคนเรา เป็นสาเหตุที่ต้องไปหัดใช้มัลติฟาย และไฮไฟ
(ที่มีไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้)
และพยายามอัพมันอยู่เสมอ(ก็ชาวบ้านเค้าขยันอัพ ไม่ได้เดี๋ยวน้อยหน้า)
จนลืมบ้านหลังแรก หลังน้อยนี่ไปสนิท
 
3.ขี้เกียจ ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆซักคำให้ลึกซึ้ง-555
 
สรุปว่าก็เลยไม่ได้อัพสเปซซะพักใหญ่ๆ แต่ก็ไม่ต้องห่วงนะสเปซจ๋า
ต่อไปนี้นู๋สิจะพยามยามอัพมัน 3 อันต่อวันเลย
รักนะตัวเอง
 
-แจก url -
(ต่างกันมากๆสองอัน สร้างสรรค์มากๆ)
10月4日

กูเหนื่อย

งานเยอะ จะเยอะอะไรขนาดนี้
ยิ่งใกล้สอบ ยิ่งสั่งมันเข้าไป
ไม่เข้าใจ ค่อยๆทยอยสั่งก่อนหน้านี้ไม่ได้เหรอไง?
 
อย่าง ESSAY(s) สามชิ้นของ EG 232 บ้าไปแล้ว
ESSAY(s) นะเฟ้ย มันแต่งกันง่ายๆที่ไหน
เวลามีตั้งเป็นเทอม ไม่สั่ง
ให้ทำแต่PARAGRAPH บ้า บออะไรอยู่ได้
ไอ้พวกนั้นหนะ ให้เอามาทำรวมกันเป็นESSAY ก็ได้
บ้าอะไร มาสั่งอะไรตอนนี้
 
วิชาอื่นก็ทยอยสั่งงานกันจัํง
จะสอบปลายภาคอยู่แล้ว เข้าใจกันมั่งมั้ยเนี่ย
 
เหนื่อย ปวดหัว ขี้เกียจ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยังไงก็ขอบคุณ ทั้งคุณ ทั้งหม่ามี๊
ที่คอยช่วยแต่งESSAY(s) คอยแก้งานให้
โดยเฉพาะคุณ ที่เรียกได้ว่าแทบจะทำให้ทั้งหมด
ถึงแม้จะเปลี่ยนจากที่คุณทำมา หรือเรียกง่ายๆว่าเอามาทำใหม่
แต่ถ้าคุณไม่เริ่ม เค้าก็คงไม่มีวันแตะมัน
ขอบคุณนะ
-รัก-
9月30日

ความรัก กับคนคนเดียว

คนเราแต่งงาน อยู่ด้วยกัน ก็กลายเป็นคนคนเดียวกัน
บางคนไม่ต้องแต่งงาน แต่อยู่ด้วยกันก็กลายเป็นคนคนเดียวกันได้
คำว่า คนคนเดียว จริงๆแล้ว มันคนเดียวแค่ไหนกัน
 
คนสองคน ยังไงก็ต่างกัน ทั้งนิสัยใจคอ ความคิด ความรู้สึก
จะให้เหมือนกันทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้
 
ทุกวันนี้ก็อยู่ด้วยกัน เหมือนคนคนเดียวกัน
แต่จริงๆมันก็ไม่ใช่
อะไรที่เคยคิดว่าเหมือนกัน จริงๆมันก็ต่างกันอยู่
ความต่างนี้แหละที่ไม่รู้จะทำยังไงกับมัน
 
ความรัก ความฝัน สิ่งที่ผูกพัน
บางครั้งมันก็ไปด้วยกันไม่ได้
บางสิ่งที่เราชอบ แต่เค้ากลับไม่ประทับใจกับมัน
จริงๆก็Failedพอสมควร ก็แค่แอบหวังนิดๆ
แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ ยังไงมันก็คงไม่ใช่
คนเรามันไม่เหมือนกัน ก็เข้าใจอยู่
บางเรื่องที่เค้าต้องการเรา แต่เราก็เห็นว่ามันไม่จำเป็น
อีกหลายๆเรื่อง หลายๆความรู้สึก
เมื่อไม่เหมือน ไม่ใช่ จะฝืนทนไปทำไม
 
คำตอบมีคำเดียว ไม่ใช่ทนเพราะรัก แต่เพราะรักจึงพยายาม
อยู่ด้วยกันต้อง"ปรับ" ไม่ใช่เปลี่ยน
ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ทะเลาะ แล้วคุยกัน
อีกหลายเรื่อง อีกหลายเรื่องที่ต้องทำ
รบๆรักๆกัน แต่ก็มีแค่คนคนเดียว

สิ่งที่เหมือนจะเข้าใจ

บางที อะไรๆมันก็เข้าใจยากกว่าที่คิด
เรื่องบางเรื่องมันก็ซับซ้อนกว่าที่เข้าใจ
มิตรภาพ เพื่อน ความรัก ความผูกพัน
ที่ดูเหมือนเข้าใจทุกอย่าง บางทีก็อาจไม่เข้าใจอะไรเลย
 
งงๆ สับสนกับชีวิต
เหงา คิดถึง
บางทีก็กลัว
 
ถ้าเสียไปจะเป็นยังไง
แต่ต้องทำยังไงไม่ให้เสียไป
ดูแล รักษา ปกป้องไม่เก่ง
ปากเสีย เอาแต่ใจ ขี้โวยวาย(ขี้เกียจด้วยหละ)
บางคนรับได้ ก็อยู่ทนกัน
แล้วพวกที่รับไม่ได้หละ ก็ทนอยู่กัน
วันไหนความอดทนสิ้นสุดจะเป็นยังไง
 
การละเลย ไม่โทร.หา ไม่ได้แปลว่าไม่คิดถึง
แต่ไม่เคยรู้ว่าต้องทำยังไง
โทร.ไปควรพูดว่าอะไร อยากเจอควรบอกยังไง
ทุกวันนี้ยังเหงา ยังคิดถึงทุกลมหายใจ
แต่ไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง
 
บางคนที่เราแคร์ เค้าก็ไม่เคยแคร์เรา
บางสิ่งที่เราโหยหา สุดท้ายกลับทำลายเรา
บางคนที่อยู่ข้างกาย แต่ไร้ความหมาย
เราที่อยู่ข้างใคร แต่ไม่เคยมีตัวตน
เหมือนจะเข้าใจ รึเปล่านะ
9月12日

ขุดทอง ยุค(ไม่)ตื่นทอง

กำลังคิดๆว่าจะดร๊อปเทอมหน้า
และก็กำลังคิดๆว่าจะไปขุดทอง(ใช้คำได้เชยมาก)
ที่ออสเตรเลีย หรือไม่ก็อเมริกา
 
แต่ก็คงได้แค่คิดๆ
 
ไม่มีเงิน
ไม่มีตั๋วเครื่องบินฟรี
ไม่มีคนสนับสนุน
 
มีแต่คนบอกว่า สู้ๆไปเถอะ อดทนหน่อย
อีกปีกว่าก็จบแล้ว
ไม่เคย ไม่เจอ จะรู้เหรอ
คนเก่ง มีเพื่อน มีกิจกรรม มีความสุข จะมารู้ได้ไง
เหงา ไม่มีความสุข ร้องไห้ทุกวัน เคยเป็นเหรอ
อย่าปากดี ไม่ต้องมาสอน ไม่ต้องมาให้กำลังใจ
ไม่เป็น ไม่รู้ ไม่เคย ไม่ต้องมาพูดดี
 
ถ้าจะด่า จะว่า ว่าไม่อดทน
ทั้งอดทั้งทนมาขนาดไหนรู้บ้างรึเปล่า
กว่าจะผ่านมาได้ขนาดนี้ รู้บ้างมั้ย
แล้วจะมาบอกให้ทนต่อไป รู้มั้ยมันเหนื่อยแค่ไหน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"หุบปากไปเลยไป หุบปากไปเลย" 
9月8日

คิดได้แค่เนี้ยแหละ

พูดไม่ออก บอกไม่ถูก
รู้แต่ว่า "ขอบคุณ" สำหรับทุกอย่าง
ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ 
8月31日

ความสัมพันธ์ ทำลาย รักษา ห่างหาย เรื่องที่ 1

ความจริงจะอัพหลายวันแล้วหละเรื่องนี้                                                                                  
(แต่เผอิญมันมีมาร มาในรูปเป็ด)                                                                                       
 
เรื่องของเรื่องคือ คิดถึงพี่คนหนึ่งขึ้นมา
มันก็นานมาแล้ว ที่เราไม่ได้ติดต่อ พูดคุย หรือแม้แต่เจอหน้ากันเลย
คงจะไม่แปลกหรอก ถ้าหากว่าเราอยู่ห่างกัน หรืออยู่กันคนละจังหวัด
แต่กับคนหมู่บ้านเดียวกัน ที่อยู่ห่างกันแค่ 1 ซอย
มันออกจะดูแปลกไปหน่อยรึเปล่า...
 
เราเคยสนิทกันมากนะ เรียกว่าไปไหนไปกัน เที่ยวไหนเที่ยวกัน
ไปเดินเซนทรัล เล่นเกมส์หนุกๆ เกิดอยากไปพัทยากันตอน 2-3 ทุ่มขึ้นมา
ก็ไปกันมาแล้ว กิน เที่ยว เมา ฯลฯ ทำกันมาแล้วทั้งนั้น
 
แล้ว...
มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ?
 
ฉันยอมรับว่าฉันเป็นคนรักษาความสัมพันธ์ไม่เก่งนักหรอก
แล้วยิ่งเรื่องสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆเนี่ย ไม่ใช่เรื่องที่ฉันถนัดเอาเสียเลย
ดังนั้นฉันก็คงไม่รู้ตัวว่า ฉันทำอะไรลงไปรึเปล่า
ทำให้โกรธ ทำให้เกลียด ทำให้ไม่พอใจ
ทำอะไรลงไปรึเปล่า ที่ทำให้เราห่างหายกันไป
นี่คือคำถามที่ฉันอยากตะโกนถามเจ๊เหลือเกิน
แต่สุดท้าย... ฉันก็ไม่ได้ทำอะไร
บอกแล้วไงว่าฉันรักษาความสัมพันธ์ไม่เก่ง
ถ้าใครไม่โทร.มา
...
ฉันก็ไม่เคยโทร.ไป
 
เวลาผ่านไป
ผ่านไป ผ่านไป และผ่านไป
ห่างหาย แต่ไม่เคยลืมเลือน
 
แต่แล้ว ก็ได้รับฟังเรื่องราวที่ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
เจ๊เล่าว่า เราเจอกันบนรถตู้ แต่ฉันทำเมินเหมือนไม่รู้จักกัน
... (อึ้ง) ...
คงบอกได้คำเดียวว่า อึ้ง ในความรู้สึกตอนนั้น
จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราเจอกันตอนไหน
หรือฉันไปเมินเจ๊ตอนไหน
 
แต่แล้ว...ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นก็ชัดขึ้นมาในความทรงจำ
ฉันขึ้นรถตู้ที่อนุสาวรีย์เพื่อจะกลับบ้าน
เข้าไปนั่งแถวหลังสุด ซึ่งเป็นที่นั่งประจำ
ระหว่างเดินเข้าไป ฉันสังเกตุเห็นผู้หญิงที่นั่งแถวข้างหน้าฉัน
ใบหน้านั้นช่างดูคุ้นเคยเหลือเกิน
แล้วฉันทำ(สิ่งที่คนทั่วไปเค้าไม่ทำกัน)
ฉันนั่งจ้องผู้หญิงคนนั้น จ้องแล้ว จ้องอีก
จนแม้แต่ขยับมานั่งข้างๆกัน ฉันก็ยังจ้องมองเค้า
แล้วเราก็ลงรถป้ายเดียวกันหมู่บ้านเดียวกัน
ฉันรีรออีกสักพักที่ป้ายรถเมลล์ ใจก็คิดว่าถ้าผู้หญิงคนนี้เดินข้ามสะพานลอยไปที่เดียวกัน
เค้าต้องเป็นเจ๊ของฉันอย่างแน่นอน
แต่ก็เปล่าเลย...เธออยู่ที่เดิม ฉันจึงตัดใจเดินกลับบ้านคนเดียว
 
เหตุการณ์วันนั้นทำให้ฉันคิดได้ว่า
ผู้หญิงคนนั้น คงจะเป็นเจ๊ของฉันแน่ๆ
 
วันที่ได้รับรู้เรื่องราว และสิ่งที่เจ๊เล่าให้คนอื่นฟัง
ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่างงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น
 
แต่วันนี้ วันที่ฉันคิดถึงเจ๊เหลือเกิน
มันกลับมีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในใจฉัน
ถ้าเจ๊บอกว่าฉันเมินเจ๊
แล้วฉันมีสิทธิ์จะบอกบ้างมั้ย ว่าเจ๊เองก็เมินฉัน
ธรรมชาติของคนรู้จักกัน ทำไมเจ๊เองไม่เป็นฝ่ายทักฉันบ้างหละ
?
 
เอาเถอะ ฉันไม่ได้โกรธ หรือต้องการคำตอบอะไรหรอก
แค่สงสัยหนะ...
8月30日

ภาวะจิตตก...(อีกแล้ว)

 
มหาลัยเพิ่งเปิด มีงานมากมาย
วันนี้ ก็เพิ่งพรีเซนต์ EG 341 ไป
เน่า หรือดีก็ไม่รู้หละ แต่จบไปหนึ่ง
 
ยังเหลืออีก 2-3 งาน แต่เหนื่อยมากมาย
ตั้งแต่เปิดมา ไปเรียนมา 3 วิชา ไม่ดิ
ไปเรียนมาแค่ 4 ครั้งเท่านั้นแหละ
 
EG 232 มันมีอะไรกับกูรึเปล่าวิชานี้
เทอมที่แล้วก็ไม่สบายใน 2 คาบแรก
อาจารย์ไล่ให้ไปถอน เออ ถอนก็ถอน
เทอมนี้ เรียนไปเรื่อยๆ ขำด้วยความเพี้ยนของอ.
แล้วนรกก็มาถึง เมื่อวันสอบมิดเทอม
กู...ท้องเสีย แล้วถึงแม้มันจะเป็นอาการปกติ
(คือท้องเสียเป็นปกติไง)
แต่ทั้งท้องเสีย ทั้งอ้วกเนี่ย ลากสังขารไปสอบไม่ไหวจริงๆ
โอเค อาจารย์จะเอาใบรับรองแพทย์
แต่มาบอกตอนกูกลับจากโรงบาลแล้ว จะหาที่ไหนให้คะ?
(ถึงแม้จะตอแหลไปว่ามี แล้วกูก็ต้องไปทำเหน้าเศร้าว่าหาไม่เจอ)
แต่นรก มันเป็นนรกกับวิชานี้
จะให้กูไปถอนอีก สรุปว่ากูก็จะไม่จบ 4 ปี
แล้วกูจะถอนได้ยังไง?
แถมวันนี้ก็โดด เพราะมีงาน 2 อย่างที่ทำไม่เสร็จ
แล้วมันต้องส่ง ก็กูทำไม่เสร็จอะ จะเอาที่ไหนไปส่ง
แถมมีพรีเซนต์ ไม่มีเวลาทำโว๊ย
สรุปว่าไม่ได้ส่ง แต่ก็จะทำหละ แล้วจะเอาไปใส่ไว้ในตะแกรง
จะรับหรือไม่รับ ก็เรื่องของแกหละ
 
เอาเป็นว่าเพราะนอยด์ๆกับวิชานี้
กับนอยด์ๆกับความรู้สึกเหนื่อยหน่าย ไม่อยากเรียน
ทำให้กูคิดถึงการลาออกไปเลี้ยงควาย
(หรือทำอะไรที่ดีกว่านั้น แต่ยังนึกไม่ออก)
ดีกว่าทนเรียนอยู่อย่างนี้
หรือ แม้แต่ดร๊อปเทอมนี้ทั้งเทอม
(ซึ่งมันจะต่างอะไรถ้ากูต้องถอน 232 กูก็ไม่จบ 4 ปีอยู่ดี)
 
ความจริงทำได้ง่ายๆ ตัดสินใจได้ง่ายๆ
ถ้าไม่มีคนที่รัก และคาดหวังในตัวเรา
ทั้งแม่...
ทั้งคนรัก...
หรือแม้แต่อนาคตของตัวเราเอง...
แต่ตอนนี้ "มันไม่อยากทำอะไรซักอย่าง"
ขอโทษนะคะ
8月16日

คิดถึง แม้มันไม่เหมือนเดิม

 
วันนี้ไปส่งคุณเป็ดไปประชุมแล้วก็ออกมา
ตอนแรกว่าจะไปเล่นฟิตเนส ที่เดอะมอลล์ งามฯ
แต่ 1 ชม.ยังไม่ถึงแยกแคราย
คิดว่าอีกซัก 2 ชม.คุณเป็ดเลิกประชุมพอดี คงจะถึง
เลยตัดสินใจ กลับรถเข้าม.เกษตร
ไปขับรถ หาอะไรกินเล่น
ที่สำคัญ  ไปยังที่ที่มีความหมายเสมอ
 
ขับรถวนๆ ตั้งแต่ประตูหลัง(ที่ความจริงแล้วมันเป็นข้างหน้ารร.)
ไปประตูหน้า-ปรูะตูศาลพระภูมิ(ซึ่งแน่นอนคือประตูหลัง)
ไปตึกประถม แล้วก็วนกลับมาประตูหน้าใหม่
มองๆ อยาก...เดินเข้าไป
อยาก...ไปสัมผัสบรรยากาศเก่าๆอีกซักครัั้ง
แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนใจ
 
โรงเรียนยังเป็นบ้าน ยังเป็นที่ที่นึกถึงเสมอ
เวลาเหงา เศร้า มีปัญหา อยากกลับมาที่นี่
อยากให้อะไรๆเป็นเหมือนเมื่อก่อน
สถานที่ที่คุ้นเคย เพื่อนที่รู้จัก สนิทสนม
อาจารย์ที่รักเหมือนพ่อ-แม่ พี่คนงาน ฯลฯ
แต่อะไรๆมันเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน
บางทีเปลี่ยนไปจนรับไม่ทัน
 
และถึงแม้ว่าในความรู้สึกที่แห่งนี้ยังเป็นที่เดิมของเรามากแค่ไหน
ในความเป็นจริง..."มันคงไม่ใช่"
มันไม่ใช่ที่ของเรา ตั้งแต่วันที่เราต้องแลกบัตรเข้าไปในโรงเรียนตัวเอง
มันไม่ใช่ที่ของเราตั้งแต่เราต้องตอบคำถามยาม ว่าเราจะเข้าไปทำไม
(บางทีคำตอบที่ว่าคิดถึง อยากมาเดินเล่น คงไม่ใช่คำตอบที่ดีพอหละมั้ง)
มันไม่ใช่ตั้งแต่วันที่เราจบจากที่นี่ และมีตัว O ตามหน้า KUS
 
แต่ไม่ว่ายังไง สุดท้ายก็ได้แต่จอดรถฝั่งตรงข้าม
นั่งดูผู้ปกครอง นักเรียน อาจารย์ เดินเข้าเดินออก
เหงา...คิดถึง...
 
"แต่ก็คง...ทำได้แค่นี้"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล.เจออาไอ้ฝน พูดคุย ทักทาย
บรรยากาศเก่าๆกลับมาอีกครั้ง แม้จะเพียงเล็กน้อย
แต่ใจอบอุ่นขึ้นเยอะเลย
บางที ที่เราต้องการ ก็อาจจะแค่ได้เจอใครซักคน
ที่รู้จัก และพร้อมจะเข้ามาพูดคุยกับเราหละมั้ง
แค่นั้น
หัวใจที่อ่อนล้า ก็คงยิ้มได้อีกครั้ง
ขอบคุณนะคะอาจารย์
7月26日

In Harry Potter World

ช่วงนี้กำลังล่องลอยอยู่ในโลกของเวทมนต์
หลังจากตะลุยอ่านเล่ม 5 เล่ม 6 ภาษาไทยจนจบภายใน 4 วัน
(ตอนภาษาอังกฤษ แค่เล่ม 5 เล่มเดียว 3 วัน 3 คืน
แบบว่า 3 วัน 3 คืนจริงๆ อดหลับอดนอน ส่วนเล่ม 6 นี่
เปิดผ่านๆ ซะงั้น - -")
 
ก็ไปดูหนังภาค 5 มา จะว่าไงดี
เห็นหลายคนบอกไม่สนุก ไม่ประทับใจ
แต่ฉันเป็นคนดูหนังแบบไม่คาดหวังอะ
 
คือถ้าเป็นคนดูแบบไปดูไม่คิดอะไร
ก็จะพบว่ามันสนุกดี ^^
เข้าใจ และตื่นเต้น สนุกดี
 
แต่ถ้าอ่านหนังสือมา
แล้วคิดว่าหนังมันจะสนุกแบบที่ถ่ายทอดออกมาจากหนังสือ
ผิดหวังแน่นอน อย่าไปดูเลย
เพราะหนังมันทั้งตัด ทั้งเปลี่ยนเนื้อหาบ้าง
 
เอาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นยังไง
ช่วงนี้กำลังล่องลอย อ่านเล่ม 7 อยู่
แหะ แหะ แหะ
อยากมีไม้กวาด
7月21日

เล่มนี้ที่รอคอย...

เปิดตัวไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ในหลายๆประเทศทั่วโลก
กับแฮรรี่ พอตเตอร์ เล่ม 7 ที่...ยังไม่ได้(แม่อะใจร้าย พรุ่งนี้ไม่ได้มีงอนจริงๆด้วย)
ใช้คำว่าเล่มนี้ที่รอคอย ความจริงก็ไม่ได้ถึงกับรอคอยหรอก
ยังจำอารมณ์ตอนที่อ่านเล่มแรกได้ มันต่างกันเยอะ
ตอนนั้นมันสนุก ตื่นเต้น ได้เห็นโลกอีกโลกหนึ่งที่เราอยากเข้าไปอยู่ ฯลฯ
แทบจะขาดใจตายตอนที่ต้องรอเล่ม 2 เล่ม 3 และเล่ม 4 ในอีกหลายปีต่อมา
 
คนอ่านเติบโตขึ้นตามกาลเวลา พร้อมๆกับเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น
 
จนถึงเล่ม 5 ความตื่นเต้นเริ่มหายไป
เล่ม 6 ความอยากได้ กระวนกระวายเริ่มหมดไป
ความรู้สึกที่มี คล้ายๆอยากได้ อยากอ่าน อยากรู้
แต่อีกใจหนึ่งก็เฉยๆ จะออกก็ช่าง ไม่ออกก็ช่าง
แต่ไม่ว่ายังไง ก็ยังรู้สึกว่าอยากได้เล่ม 7
อยากรู้บทสรุปของการเดินทางในครั้งนี้ ของเด็กผู้ชายที่กลายเป็นหนุ่มแล้วคนนี้
กับเพื่อนๆ อาจารย์ และบุคคลอีกมากมายในชีวิต
อยากรู้ อยากรู้ อยากรู้
 
นี่หละมั้ง อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ แฮรรี่ พอตเตอร์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล. นิสัยไม่ดีเลยอะ ไปอ่านสปอยล์ในพันทิปมาจนจบแล้ว
สนุกดี แต่ไม่แนะนำนะ ถ้าอยากรู้จริงๆซื้อมาอ่านกันเอง
คงได้อรรถรสกว่าเยอะเลยอะ หรือไม่ก็รอภาษาไทยก็ได้นะ
แต่...นิสัยไม่ดีอะ แหะ แหะ
7月13日

มากกว่าแค่การเดินทาง

 
"อยากไปทุ่งดอกกระเจียว"
"อืมก็ไปดิ ว่างวันไหนอะ"
"อาทิตย์ กะจันทร์เนี้ย อาจารย์งดคลาส"
"โอเค งั้นเจอกัน 6 โมงที่ห้องนะ"
"งืมๆ"
 
คำพูดชักชวน 2-3 ประโยคจากคนที่หาเวลาว่างไม่ได้ง่าย
กับคนใจง่ายที่ใครชวนไปไหนก็ไปอย่างฉัน
ทำให้สายๆของวันอาทิตย์ การเดินทางสู่ทุ่งดอกกระเจียว ชัยภูมิของเราก็เริ่มขึ้น
ตอนแรกที่กะจะเอารถไป สุดท้ายทะเลาะตบตี ปัญหาหลายๆอย่าง
ก็มาลงเอยอยู่ที่หน้าช่องขายตั๋ว รถป.2 กรุงเทพ-บ้านไร่
ทั้งๆที่สาบานแล้วน๊า ว่าเป็นตายร้ายดีจะไม่ขึ้นรถป.2 อีกเด็ดขาด
แต่รถป.1 มันไม่ผ่านทางขึ้นอุทยานอะทำไงได้
รถเขียนเวลาออกไว้ 10 โมง เอาเข้าจริงเกือบ 10 โมงครึ่ง
คนขายบอกน่าจะถึงตอนบ่าย 2 ฉันแอบคิดในใจ 4 โมงจะถึงรึเปล่า
เอาเถอะ ก็ขึ้นมาแล้ว ชมวิวข้างทางไปซักพัก ต่างฝ่ายต่างพักผ่อน
เก็บแรงไว้เผื่อวันนี้ไม่มีรถขึ้นอุทยาน อาจต้องเดิน
 
เวลา ผ่านไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผ่านไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
และผ่านไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ในที่สุดก็เริ่มเห็นป้ายบอกทาง "เทศกาลชมทุ่งดอกกระเจียว"
สองคนมองหน้ากัน ดูนาฬิกา บ่าย 3 โมงกว่า ทำเวลาได้ดีนะเนี่ย
มองป้าย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มองป้าย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
และมองป้าย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รถจอดรับเป็นระยะๆระหว่างทาง
คิดสภาพรถป.2 ในวันที่คนกลับบ้าน แน่นประหนึ่งปลากระป๋อง
คุณป้าคนหนึ่งขึ้นมาเมื่อเราเข้าเขตชัยภูมิ
รถแน่นมาก
สองคนมองหน้ากันอีกครั้ง มองสัมภาระที่เท้า
ก่อนตัดสินใจเอาวะเป็นไงเป็นกัน
กระเถิบ กระดึ๊บๆๆ สะกิด "ป้าคะ นั่งด้วยกันมั้ยคะ"
ป้าหันมามอง สภาพหมูอ้วนที่นั่งติดกระจก
กับเป็ดบ๊องที่เขยิบขึ้นไปด้านหน้า เพื่อให้ป้าเขยิบเข้ามานั่งได้
"ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวป้าก็ลงแล้ว"
"ไม่เป็นไรคะป้า พวกหนูนั่งได้" สองคนพยายามทำให้เห็นว่านั่งได้จริงๆ
สุดท้ายป้าแกก็ค่อยๆหย่อนก้นลงนั่ง
กระเถิบ กระดึ๊บๆๆ "ป้าเข้ามาอีกก็ได้นะคะ"
"ไม่เป็นไรลูก แล้วนี่พวกหนูไปไหนกัน"
"ทุ่งดอกกระเจียวคะ" เสียงลอยมาจากด้านหน้า
ในวินาทีนี้ไม่สามารถมองเห็นหน้าเป็ดบ๊องได้
เนื่องจากมันเขยิบตัวเองไปข้างหน้าซะแทบหลุดเบาะ
ป้ายิ้มอีกครั้ง ก่อนที่เรา 3 คน จะปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน
มองป้าย มองป้า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มองป้า มองป้าย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
20 นาทีต่อมา ป้าแกก็ลงพร้อมกับรอยยิ้ม และคำกล่าวขอบคุณ
หมูอ้วนกลับมานั่งที่เดิม เป็ดบ๊องก็ถอยกลับมา
สองคนมองหน้ากัน ยิ้มบางๆอย่างสุขใจ อาจเป็นการแบ่งปันเล็กๆน้อยๆ
แต่คงดีกว่าถ้าไม่มีใครทำเลย แล้วปล่อยให้ป้าแกยืนอยู่อย่างนั้น
 
"บ้านไร่จ้า บ้านไร่" เสียงกระเป๋ารถทัวร์ร้องบอกพวกเรา
สองคนแบกเป้ สะพายกระเป๋ากล้อง เบียดผู้คนลงจากรถทัวร์
เอาหละหว่าถึงทางขึ้นอุทยานแล้ว พี่เอกบอกอีก 20 โลถึงอุทยาน
ว่าแต่ จะไปยังไงหละ
ไม่ต้องรอนาน พี่มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่แถวนั้นเฉลยให้ทันที
"ไปดอกกระเจียวรึเปล่าน้อง" เพื่อนร่วมทางฉันหันไปพยักหน้า
นี่ซ้อนท้ายพี่ไปเลย 2 คัน
เปล่าคะเปล่า พี่แกไม่ได้ใจดี หรือมีน้ำใจอะไร
"เท่าไหร่คะพี่"
"คนละ 100 น้อง"
!?!
กระเป๋ากล้องแทบร่วง เป็นค่ามอเตอร์ไซค์ที่แพงที่สุดในชีวิต
คิดในใจว่าหรือจะเดินไป โบกไปดี คงมีคนใจดีผ่านมาบ้างหละน่า
แต่หันไปดูสภาพผู้ร่วมทาง ... พาไปเที่ยวด้วยกันแบบไม่ได้เอารถไปครั้งแรก
ปราณีหน่อยหละกัน(อีกอย่างขากลับยังมี ^^) อะไปก็ไป
 
อากาศดีๆ ลมเย็นๆ ไม่นานก็มาถึงที่ทำการอุทยาน
จ่ายตังค์ พี่เค้าให้เบอร์ไว้ ก่อนถาม"พรุ่งนี้น้องจะกลับยังไง"
"อ๋อ โบกคะพี่"เค้าพยักหน้ารับรู้ก่อนจะจากไป
 
แล้วก็พาไปเช่าเต้นท์ เช่าผ้าห่ม (คือไม่ได้เอาอะไรไปซักอย่าง)
พี่เจ้าหน้าที่ถามจะเอาเสื่อ เอาหมอนด้วยมั้ย
คนข้างๆพยักหน้าจะเอาเสื่อ ฉันเกิดอาการงง จะเอามาทำไม
พี่เจ้าหน้าที่งงกว่า ทำไมน้องไม่เอา ขี้เกียจอธิบายให้มากความ
โอเค เอาเสื่อด้วยคะพี่ (ดีนะคุณเป็ดไม่เอาหมอนด้วย จะงงกว่าเดิม)
 
เดินๆๆ หาทำเลกางเต้นท์ เจอสนามหญ้า คนน้อย เงียบสงบ เอาตรงนี้หละ
คนถือของตามถามหวั่นๆ จะเอาตรงนี้แน่เหรอ
หันไปมอง งง อีกแล้ว ทำไมเอาไม่ได้?
ก็มันเงียบ ก็คนน้อย(มีเพื่อนร่วมชีวิตอีก 1 หลัง)
โอ๊ว คุณหญิงค่า นี่แหละสวรรค์
 
เปิดหลักสูตรสอนกางเต้นท์ กางฟลายชีท ปักสมอบก
เงยหน้าดูท้องฟ้า สาธุคืนนี้อย่าตกเลยนะคะ หนูไม่มีผ้าใบ
 
"จะไปดูดอกกระเจียวๆๆๆ" พอกางเต้นท์ เก็บของเสร็จ คนข้างๆก็เรียกร้องขึ้นมาทันที
เอ๊า ไปก็ไป แต่จะไปยังไงอีกหละเนี่ย ได้ข่าวว่ามี 2 แถวบริการ ลองหาดู
มีจริงๆ คนละ 10 บาท นั่งๆซักพักก็ถึงหละ
อยากดูนักใช่ไหมดอกกระเจียว ไม่พาไปหรอก-ฮา
ไม่ใช่ ไม่ได้แกล้งอะไร แต่ตอนไปเช่าเต้นท์พี่เค้าบอกว่าวันนี้ตอนเช้ามีทะเลหมอก
พรุ่งนี้ก็น่าจะมี ฉันเลยวางแผนไว้ว่าพรุ่งนี้จะมาถ่ายกระเจียวท่ามกลางสายหมอก
ทั้งจูงทั้งลากเพื่อนร่วมทางให้เดินไปอีกทางหนึ่ง
ระหว่างทางก็ผจญกับเสียงงอแงเป็นระยะ "กระเจียวอยู่ทางโน้น กระเจียวอะ กระเจียว"
ไม่สน พาไปดูจุดชมวิวสุดแผ่นดิน ใจจริงอยากอยู่ถ่ายพระอาทิตย์ตกที่นี่ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว
เลยพาเดินตัดป่า เลียบเขาไปลานป่าหินงามซักหน่อย
คราวนี้เสียงงอแงเริ่มเปลี่ยนไป "จะหลงมั้ยอะ ถูกทางมั้ยอะ"
โธ่คุณหญิง มันมีทางให้เดิน เดี๋ยวเดินไปมันก็เจอเองแหละ
แต่ฉันก็เข้าใจนะ คนไม่เคยเดินป่า ไปเจอกับสภาพที่สองข้างเป็นป่า ป่า ป่า แล้วก็หน้าผาอย่างนั้น
มองไปข้างหน้าก็ไม่เป็นจุดหมายปลายทางซักที ย่อมหวั่นใจเป็นธรรมดา
แต่สุดท้ายก็พามาเจอลานป่าหินงามได้สำเร็จ
ลานหินธรรมชาติ ที่ดันตัว และโดนกัดเซาะเป็นรูปต่างๆ ดูสวยงามแปลกตาดี
นั่งเก็บบรรยากาศได้ซักพัก กับความหวั่นใจของคนข้างๆ อะกลับก็กลับ
เดินลงมาสวนกับ 2 แถวเที่ยวสุดท้ายที่ขึ้นไปพอดี เลยถ่ายรูปรอเค้าลงมา
กลับถึงเต้นท์ก็อาบน้ำ พักผ่อน หาอะไรง่ายๆกิน ก่อนจะนั่งคุยกันตามประสา
 
สงสัยเทวดาจะใจร้าย(ให้หนูเสียตังค์)พระอาทิตย์ลับฟ้าไม่เท่าไหร่
ลมกระโชก ตามมาด้วยฝนปรอยๆ แง๊ คืนนี้จะหนักมั้ยเนี่ย
แต่พี่เจ้าหน้าที่เค้าก็ดีนะ เดินมาถามว่าน้องจะเอาผ้าใบมั้ย พอเอา พี่เค้าก็ไปเอามากางให้
สรุปคืนนั้นลมแรงเฉยๆ ฝนไม่ตก แต่หนาวมาก
ก่อนนอน ท่องตลอด ทะเลหมอกๆๆ ดอกกระเจียว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วเช้าวันใหม่ก็มาถึง ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6 โมง
เงยหน้าขึ้นมาดู อ้าว พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ทะเลหมอกของฉัน!!!
เอาเถอะ นอนต่อ ไหนๆก็ไม่ได้หมอกแล้ว ไว้ค่อยไปดูหละกันกระเจียวหนะ
"กระเจียวๆๆๆๆๆๆ"
เสียงคนข้างที่ตื่นแล้วเริ่มงอแง เออๆๆ กระเจียวก็กระเจียว
วันนี้วันธรรมดา ไม่มีรถ 2 แถวบริการ ได้โบกกันละคะคราวนี้
คันแรกรถเก๋ง คนเต็ม
คนที่สองกระบะ ไม่จอด
เดิน เดิน เดิน จนถึงป้ายทางแยกซ้ายไปลานหินงาม ขวาไปทุ่งกระเจียวหละ
คันที่สามกระบะ ขึ้นมาเลยน้อง
ปีนขึ้นไปนั่งกันสองคน ดูวิวข้างทางไปเรื่อย ไม่เท่าไหร่ก็มาถึงที่เดิมกับเมื่อวาน
แต่วันนี้เราจะไปดูดอกกระเจียวกัน ไม่ลืมที่จะหันไปขอบคุณพี่คนขับใจดี
แล้วออกเดินสู่จุดหมาย
 
ผ่านจุดชมวิวแวะชมซักเล็กน้อย หมอก หมอก หมอก ยังพอมีให้เห็นจางๆ
เห็นแล้วก็อดนึกถึงพี่สาวคนหนึ่งที่เป็นนักล่าหมอกไม่ได้
ไม่รู้ว่าเขาหลวงจะได้เห็นหมอกรึเปล่า แต่ที่นี่ก็มีให้เห็นนะเจ๊
700 เมตรผ่านไป
กรี๊ด!!! ผู้ชาย
เอ๊ย ไม่ใช่ ดอกกระเจียวคะ สีชมพูบานเต็มทุ่งเลย
ชมพู๊ ชมพู เต็มไปหมด
จะหันไปบอกคนที่เดินตามมา อ้าว!หายไปไหนแล้ว
มองไปอีกทีเดินไปนู่นแล้ว
 
กว่า 2 ชม.ก็หมดไปกับการถ่าย ถ่าย ถ่าย แล้วก็ถ่ายรูปเจ้าดอกไม้สีชมพูนี่
สวยดี ^^
 
ขาขึ้นมีพี่ใจดีจอดรับ แต่ขาลงนี่โชคร้ายจัง ไม่มีใครจอดรับซักคัน
ก็เลยต้องพาสังขารอ้วน ผอม เดินลงมาตามมีตามเกิด
เอาเถอะ เก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บเต้นท์ เอาเต้นท์ไปคืน
ปะ กลับกัน
 
"จะเรียกมอเตอร์ไซค์มั้ย" ฉันถามคนข้างๆอย่างหวั่นๆ ไม่รู้ว่าการเดินลง
เมื่อเช้าจะทำให้ไม่อยากเดินไป โบกไปอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรกรึเปล่า
"ไม่เอา อยากลองดู"
โอเค โบกก็โบก
2-3 คันแรกผ่านไปไม่มีใครจอดรับ
คันที่ 4 ผ่านมาแต่จุดหมายปลายทางคนละที่กับเรา ไม่เป็นไรคะพี่ ^^
คันที่ 5 เพิ่งมา เพิ่งกลับ ขอแวะทานข้าวก่อน ไม่เป็นไรคะพี่ ^^
11 โมงกว่าแล้ว ลงไปก็ไม่รู้จะได้ทานข้าวเมื่อไหร่
ฉันเลยตัดสินใจ แวะทานข้าวก่อนหละกัน แล้วค่อยเดินไปโบกข้างหน้าต่อ
อาหารยอดฮิตไม่ว่าจะเป็นที่ไหนๆก็ต้อง ส้มตำ ไก่ย่างนี่แหละ
แต่ด้วยความเป็นคนไม่ทานส้มตำ ฉันเลยเลือกไก่ย่าง กับน้ำตกหมูแทน
อาหารเค้าอร่อย สะอาดจนไม่น่าเชื่อว่าอยู่ข้างทาง ดินแดง ฝุ่นตลบอย่างนี้
 
เติมพลังกันแล้วก็ออกเดินต่อ โบกไป หลบหมาเป็นระยะ
แล้วกระบะมีแค๊บ สีน้ำเงินก็มาจอดข้างๆ
"ไปไหนกันคะน้อง"
"ปากทางคะพี่"
"อืม....พี่จะไปปากทาง แต่ขอแวะซื้อน้อยหน่าก่อนแป๊บเดียวแหละ ไปด้วยกันมั้ย"
คันแล้วคันเล่าที่ผ่านมาแล้วผ่านไป จะให้รออีกคงไม่ไหว แวะซื้อน้อยหน่าแป๊บเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง
แล้วสองคนก็เปิดประตูเข้าไปนั่งรับแอร์เย็นๆทันที
เสียงพูดคุย สลับกับเงียบเป็นระยะๆ พี่เค้าแวะซื้อน้อยหน่า ก่อนจะแวะจอดให้เราลงตรงปากทาง
แต่ออกไปได้ไม่เท่าไหร่ รถคันเดิมก็หยุดก่อนที่พี่ผู้หญิงจะวิ่งลงมา
"ตรงนี้มันไม่น่ามีรถ ไปกับพี่ก่อนมั้ย แล้วตรงจุดไหนใหญ่ๆ ค่อยลง"
"อ่า...ก็ได้คะพี่"
แล้วจากชัยภูมิ ก็เข้าสู่ลพบุรี แล้วก็เข้าสู่สระบุรี
ได้แวะเที่ยวกับพี่เค้า ตอนแรกพี่เค้าจะไปส่งกรุงเทพเลยด้วยซ้ำ แต่พี่เค้าจะแวะอยุธยาก่อน
เลยส่งเราที่ท่าขึ้นรถตรงสระบุรี
ทำเวลาได้ดีกว่าขามามากมาย แถมได้รับน้ำใจและมิตรภาพดีๆระหว่างทางอีก
กลับมากรุงเทพต่างคนก็ต่างแยกย้ายกัน
 
ฉันค้นพบว่าการเดินทางครั้งนี้ให้อะไรมากมายกว่าที่คิด
 
เพื่อนร่วมทางที่ไม่คิดว่าจะทำหลายๆอย่างได้
ที่ไม่คิดว่าจะทนหลายๆอย่างได้
กลับไม่บ่นซักคำ แถมเต็มใจลองทุกอย่างด้วยความยินดี
ที่สำคัญชักจะติดใจการนอนเต้นท์แล้วหละสิ ก็เห็นครั้งหน้าบอกให้พาไปอีก
 
สถานที่ที่ไม่สำคัญเท่าการที่เราจะไปถึง
กว่าจะไปถึงได้เผชิญอะไรมากมายพอดู
แต่มันก็ทำให้เรื่องราวระหว่างทางมีคุณค่าน่าจดจำพอๆกับความงามของจุดหมายปลายทาง
 
ที่สำคัญ..."น้ำใจจากคนแปลกหน้า"
ในโลกที่ขาดความเชื่อใจ และเต็มไปด้วยอันตรายนี้
ยังมีน้ำใจจากคนดีๆที่พอพึ่งพาได้ในการเดินทางครั้งนี้อยู่
 
ขอบคุณสำหรับทุกอย่าๆงที่ทำให้เกิดการเดินทางครั้งนี้ และจบลงด้วยดีนะคะ
 
 
 
ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ค่าเดินทาง 1000 บาท
ค่าอาหารการกิน 500 บาท
ค่าน้ำใจ ~ (ประเมินค่าไม่ได้)
 
10/07/07 By SI
7月7日

ง่ายไปมั้ง

ง่ายง่าย
ศิลปิน : เป็ก เปรมณัช
เธอกลับมาก็เท่านั้น กลับมาเพื่อจะรื้อวันวาน

ที่เราเคยรักกันอย่างนั้นใช่หรือเปล่า
(อะไรๆใน ใจฉันคงไม่เหมือนเมื่อวันเก่า)
จะกลับมาอีกใช่ไหม อยากจะกลับมาฟื้นหัวใจ
ที่ทำจนยับเยินวันนั้น ใช่หรือเปล่า
(จะทำยังไงๆ ก็คงไม่เหมือนตอน...)

ก่อนเธอจะไป ฉันขอ ฉันยื้อฉันฝืนฉันรั้งขอร้องเธอ
อย่าไป ร่ำร้องจะเป็นจะตายให้เธออย่าทิ้งฉัน
ฉันแพ้ ฉันสูญ ฉันเสีย ฉันอ้อนวอน อย่าไป
แต่เหมือนเธอไม่สนใจ ยื้อสักเท่าไร
แต่สุดท้ายเธอก็ทิ้งกันง่ายๆ

อยู่ๆ ก็จะมาให้เป็นเหมือนเดิมให้มาคบกันง่ายๆ
ให้กลับมาเป็นเหมือนเคยแล้วกันแล้ว ให้ฉันลืมง่ายๆ
เธอคิดอะไร ที่ง่ายเกินไป ไม่เคยจะแคร์ใจฉันบ้างเลย
อยู่ๆ ก็จะมาให้เป็นเหมือนเดิมฉันดูว่าคงไม่ง่าย
อยู่ๆ จะย้อนก็เดินเข้ามาฉันเองก็คงจะ... รับ... ไม่ไหว
ให้จบกันไป ให้มันง่ายๆ เหมือนเดิม
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ห่างกันไปก็ดีอยู่แล้ว 
ไม่รัก ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น
แล้วจะกลับมาทำไม กลับมาทำให้รู้สึกดีๆ แล้วก็เกลียด
กลับมาทำให้เกลียดทำไม
ไปง่ายๆ แล้วคิดว่ากลับมามันจะง่ายขนาดนั้นเหรอ
คำพูดที่ไม่เคยทำได้ สัญญาที่ไม่เคยรักษา ง่ายไปมั้งที่จะเอาคำว่า"รัก"จากกัน

อ่า...ผ่านไปแล้ว

 
วันเกิดปี้นี้...ผ่านไปแล้ว
 
20 แล้วน๊า...^^
 
ก็ขอบคุณ ขอบคุณทุกทุกคน
 
ขอบคุณแก๊งศิลปากร ทั้งไอ้แก้ว ไอ้ไผ ส้ม แจน ปุ่น ฟ้า(ใครอีกนะ นั่นแหละทุกคนเลย)
ขอบคุณเพื่อนๆคนอื่น ขอบคุณขอบคุณ
ขอบคุณพี่ๆ ที่ยังไม่ลืมกัน
ขอบคุณเพชรด้วยที่เข้ามาอวยพรวันเกิด
ขอบคุณคนแปลกหน้าอีกคน(เรารู้จักกันรึเปล่า ถ้าลืมว่าเป็นใครก็ขอโทษนะ)
ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ
ถ้าลืมใครไป ให้รู้ไว้ว่ายังไงก็ "ขอบคุณนะ"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไม่เหงาเท่าไหร่^^ 
7月1日

วันเกิดปีนี้...

 
กลัวว่าเพื่อนๆจะโทร.หาไม่ได้
กลัวว่าจะไม่ได้ไปทานข้าวกับที่บ้าน
กลัวว่าจะไม่ได้ไปทานข้าวกับคนรัก
กลัวว่าจะไม่ได้ไปปาร์ตี้กับเพื่อน(ROOT 66 จำกันได้อยู่มั้ย?)
 
กลัวว่า
 
 
 
 
...
 
 
 
 
 
...
 
 
 
 
 
...
 
 
 
 
 
มันจะเหงา
 
เพราะเปลี่ยนเบอร์บ่อยเหลือเกิน
เพราะเดี๋ยวนี้ บ้านไม่เป็นบ้านอีกแล้ว
เพราะขนาดวันเกิดเรา เค้าก็ต้องประชุม
เพราะ...เราไม่ได้คุยกันเลย
 
กลัว...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อยากย้อนเวลา อยากเอาวันคืนเหล่านั้นกลับมา
อยากให้อะไรอะไรกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน
ตอนเรา...อยู่ที่โรงเรียน
กับบรรยากาศตอนเช้า สดใส สบายๆ
(มาถึงโรงเรียน 8 โมง แต่ตูไม่เคยทุกข์ร้อน)
กับรอยยิ้มจากเพื่อนที่รู้ใจ
กับรอยยิ้มจากคนที่อยู่ด้วยกันมา 12 ปี
คำพูดทักทายเหมือนทุกวัน
อาจจะพิเศษอีกนิด กับคำว่า Happy Birth Day หรือ
สุขสันต์วันเกิดนะสิ
อาจได้ของแถมเป็นของขวัญวันเกิดจากหลายๆคนอีกนิด
เล็กๆน้อยๆ แต่เมื่อผ่านมาจนถึงวันนี้ ยิ่งใหญ่เหลือเกินในความรู้สึก
กับสิ่งที่ไม่อาจย้อนคืนมาได้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทุกวันนี้...ไม่เหมือนกัน
เหงา คิดถึง เหลือเกิน
ขอร้องหละ วันเกิดปีนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ขออย่าให้ความเหงาเข้ามาทักทายเลย
6月27日

โหวงๆ

 
ที่ก็ออกจะกว้างใหญ่
ผู้คนก็ออกจะเยอะแยะเดินสวนกันไปสวนกันมา
เก้าอี้ในห้องเรียนก็เต็มทุกที่เสมอ
แต่ทำไม...
 
 
 
 
 
มันเหงา
 
 
ไม่เหมือนกันเลยซักนิดเดียวกับพื้นที่เล็กๆที่โรงเรียนเรา
ห้องเรียนเล็กๆทั้ง 7 ตึก
แต่มัน...
 
 
 
 
 
ไม่เหงา
 
 
 
 
คิดถึงจัง
 
 
 
 
 
 

kus30 sibu

職業
好きなもの/好きなこと

It's not just you or me. It's about us.

~ รักไม่มีเงื่อนไข วันนี้ วันไหน หัวใจ ให้เธอ ~
July 13  
全 57 枚中 1 枚目

Windows Media Player